วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561

สรุปบทที่ 3 การแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยระบบสารสนเทศ

สรุปบทที่ 3
การแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยระบบสารสนเทศ
(Solving Business Problems with Information Systems)


แนวคิดเชิงระบบ (Systems Approach)
        จากตัวอย่างที่เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บไซท์ แสดงถึงการปฏิวัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวงการธุรกิจ  จากการคิดค้นของบริษัทวิจัยการตลาดของ NFO โดยใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการสนทนาบนอินเทอร์เน็ตของ TalkCity ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการทำงานของกลุ่มเป้าหมายออนไลน์ ช่วยในการพัฒนาสินค้า ช่วยสนับสนุนด้านลูกค้าหรืองานอื่นๆ ระบบสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและเพิ่มบทบาทในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในขั้นตอนการทำงานของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น  ทั้งการจัดการด้านการตัดสินใจและการร่วมมือในการทำงานเป็นกลุ่มให้เกิดความแข็งแกร่งในการต่อสู้ในเชิงธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีสานสนเทศบนอินเทอร์เน็ตและระบบสารสนเทศจะกลายเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จภายใต้สิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
กำหนดปัญหาและแนวทางการแก้ไข (Defining Problems and Opportunities)
        ปัญหาและแนวทางแก้ไขได้ถูกกำหนดให้เป็นขั้นตอนแรกของแนวคิดเชิงระบบ ปัญหา  สามารถให้คำจำกัดความได้ว่าเป็นภาวะพื้นฐานที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ แนวทางแก้ไข คือ ภาวะพื้นฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ สัญญาณบอกเหตุจะต้องแยกออกจากคำว่าปัญหาโดยสัญญาณบอกเหตุ (Symptoms) หมายถึง ปัญหาสำคัญที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงแต่มีแนวโน้มว่าจะเกิด
การคิดอย่างเป็นระบบ (Systems Thinking)
        การคิดอย่างเป็นระบบทำให้เข้าใจปัญหาและโอกาสในการแก้ไขที่ดีที่สุด ปีเตอร์ เซนก์ นักเขียนและที่ปรึกษาทางด้านการจัดการ เรียกการคิดอย่างเป็นระบบว่าเป็น กฎข้อที่ (The Fifth Discipline) เซนก์ กล่าวว่า การจัดการคิดอย่างเป็นระบบไปพร้อมกับกฎข้ออื่นๆ ได้แก่ การควบคุมตนเอง (Personal Mastery)การไม่อคติและไม่ท้อแท้ (Mental Models) การแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมกัน (S hared Vision) การเรียนรู้เป็นทีมงาน (Term Learning) เป็นสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มความสามารถของบุคคลและความสำเร็จในธุรกิจของโลกที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเปรียบเทียบกับสำนวนที่ว่า การมองป่าคือการมองเห็นต้นไมทุกต้นในป่า
การพัฒนาทางเลือกในการแก้ปัญหาอื่นๆ (Developing Alternative Solutins)
        มีแนวทางในการแก้ปัญหาหลายวิธี อย่าใช้วิธีการแก้ปัญหาเพียงวิธีเดียวหลังจากที่กำหนดปัญหาอย่างเร่งรีบเพราะมันจะจำกัดทางเลือกของคุณและขโมยโอกาสในการวิเคราะห์ข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของทางเลือกอื่นๆ  และคุณยังเสียโอกาสในการรวบรวมข้อดีของแต่ละแนวทางอีกด้วย
การออกแบบและนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาไปใช้จริง (Design and Impiementing a Solution)
        เมื่อเลือกแนวทางในการแก้ไขปัญหาแล้วจะต้องมีการออกแบบและนำไปประยุกต์ใช้จริง โดยอาศัยผู้ใช้เจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อช่วยในการออกแบบรายละเอียดและการนำไปใช้โดยปกติการออกแบบรายละเอียด (Design Specifications) จะกำหนดรายละเอียดในด้านต่างๆ ทั้งประสิทธิภาพของบุคลากร อาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์ แหล่งข้อมูล และงานที่จะต้องทำเมื่อมีการใช้ระบบใหม่ แผนการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation Plan) ที่กำหนดแหล่งข้อมูล กิจกรรม และระยะเวลาสำหรับขั้นตอนการนำไปใช้ที่เหมาะสม
การประเมินหลังการนำไปใช้ (Postimplementation Review)
        การตะหนักว่าแนวทางแก้ปัญหาที่นำไปใช้อาจล้มเหลวได้ในโลกแห่งความเป็นจริงอาจมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้แม้ว่าวิธีการนั้นจะถูกออกแบบเป็นอย่างดีก็ตาม
การใช้แนวคิดเชิงระบบ (Using the Systems  Approach)
        ลองนำแนวคิดเชิงระบบมาประยุกต์สู่แนวทางแก้ไขปัญหากับบริษัทที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในโลกธุรกิจอ่านกรณีศึกษาและร่วมกันวิเคราะห์  โดยใช้แนวคิดเชิงระบบแก้ไขปัญหาในแต่ละขั้นตอน
ความขัดเจนของปัญหา (Statement of the Problem)
        ผู้จัดการ พนักงานขาย และลูกค้าได้รับสารสนเทศด้านสินค้าและบริการไม่ดีเท่าที่ควร ผลปฏิบัติงานด้านการขายในหน่วยงานเกิดความเสียหายจากกระบวนการขายที่ลดลง ซึ่งจำกัดความสามารถในการขายของพนักงานขายและสร้างความเสียหายในงานบริการแก่ลูกค้า
ความชัดเจนของความต้องการทางธุรกิจ (Staement of Business Requirements)
        การวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวกับผู้จัดการและกลุ่มที่ปรึกษาด้านการจัดการ เพื่อกำหนดบทบาทเชิงกลยุทธ์สำหรับระบบสารสนเทศในบริษัทโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทแก่ลูกค้า ข้อได้เปรียบของระบบ POS คือกำหนดฐานงาน (Platform) ที่เป็นไปได้ในการสนับสนุนบทบาทของระบบสารสนเทศ ความเป็นไปได้อี่นๆ รวมทั้งระบบด้านการตลาด การกระจายสินค้า และการขยายสมาชิกไปยังพื้นที่อื่นๆ แผนการนี้ยังได้กำหนดความต้องการด้านอื่นๆ
แนวทางในการแก้ปัญหาด้วยการพัฒนาระบบสารสนเทศ
        ในทุกวันนี้การแก้ไขปัญหาทางธุรกิจด้วยการพัฒนาระบบข้อมูล เป็นความรับผิดชอบของนักธุรกิจมืออาชีพและในฐานะผู้ใช้ คุณสามารถรับผิดชอบสำหรับการวางแผนเพื่อพัฒนาระบบใหม่หรือปรับปรุงระบบสารสนเทศเดิมสำหรับบริษัทของคุณเอง ซึ่งจะกำหนดแนวคิดในการแก้ปัญหาและแสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาด้วยระบบสารสนเทศได้ช่วยให้ผู้ใช้และองค์กรได้รับการพัฒนาให้ดี
วงจรการพัฒนาระบบ (Systems Development Cycle)
        เมื่อแนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาได้ถูกประยุกต์สู่การพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาด้านธุรกิจด้วยระบบสารสนเทศ จะเรียกขั้นตอนนี้ว่า การพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือ การพัฒนาระบบงาน ระบบสารสนเทศบนพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ได้รับการกำหนดแนวทางในการออกแบบและนำไปใช้โดยกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบในกระบวนการนี้ ผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศจะออกแบบระบบสารสนเทศบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศขององค์กร ที่รู้จักกันในชื่อ การวิเคราะห์และออกแบบระบบ
การศึกษาความเป็นไปได้
        เนื่องจากกระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศมีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสำรวจระบบในการศึกษาขั้นต้นหรือที่เรียกว่า การศึกษาความเป็นไปได้ เป็นการศึกษาขั้นต้นเพื่อสืบค้นหาความต้องการของสานสนเทศในมุมมองของผู้ใช้และหาข้อสรุปของแหล่งข้อมูลที่ต้องการ ราคา ผลประโยชน์ที่จะได้รับและความเป็นไปได้ของโครงการ
การวิเคราะห์ระบบ
        เมื่อไดก็ตามที่คุณต้องการพัฒนาระบบงานใหม่อย่างรวดเร็วหรือเกี่ยวข้องกับโครงการระยะยาวคุณจะต้องจัดทำกิจกรรมเบื้องต้นของการวิเคราะห์ระบบที่ขยายผลมาจาการศึกษาความเป็นไปได้ การวิเคราะห์ระบบมิใช่การศึกษาเบื้องต้นแต่เป็นการศึกษาอย่างลึกซึ้งของความต้องการสารสนเทศในการใช้งานของผู้ใช้เพื่อให้ได้รูปแบบความต้องการในการใช้งานขั้นพื้นฐาน
การวิเคราะห์องค์กร
        การวิเคราะห์องค์กรเป็นสิ่งสำคัญของการปรับปรุงระบบสารสนเทศได้อย่างไรหากไม่รู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมในองค์กรที่จะทำการวิเคราะห์ระบบ นี่เป็นเหตุที่ว่าทำไมทีมพัฒนาระบบจึงต้องรู้ในเรื่องเกี่ยวกับองค์กร โครงสร้างในการจัดการ บุคลากร กิจกรรมทางธุรกิจ สิ่งแวดล้มของระบบ ระบบสารสนเทศปัจจุบัน
การกำหนดรายละเอียดของระบบ (System Specifications)
        การกำหนดรายละเอียดของระบบ โดยทั่วไปหมายถึง วิธีการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของระบบงานโครงสร้างของฐานข้อมูล การประมวลผล และการควบคุมขั้นตอนการทำงาน ดังนั้น นักออกแบบระบบ จึงมักต้องพัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่ายข้อมูล และการกำหนดรายละเอียดของบุคลากรสำหรับระบบที่วางแผนไว้
การสร้างต้นแบบ (Prototyping)
        การสร้างต้นแบบ เป็นพัฒนาการที่รวดเร็วและเป็นการทดสอนการทำงานของแบบจำลองหรือต้นแบบของระบบงานใหม่ ในการโต้ตอบและกระบวนการทำซ้ำประโยคคำสั่งในโปรแกรมที่เรียกว่าการวนรอบ โดยนักวิเคราะห์ระบบและผู้ใช้ การทำต้นแบบสามารถทำให้กระบวนการพัฒนาเร็วและง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ความต้องการของผู้ใช้นั้นยากแก่การเข้าใจอย่างชัดเจน
กระบวนการสร้างต้นแบบ (Prototyping Process)
        การสร้างต้นแบบสามารถใช้ได้ทั้งกับระบบงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตามปกติแล้วระบบขนาดใหญ่มีความต้องการในการใช้การพัฒนาจากระบบแบบเดิม ต้นแบบของระบบงานด้านธุรกิจที่เกิดจากความต้องการจากผู้ใช้นั้นจะช่วยให้การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำซ้ำหรือปรับแต่งในส่วนของรายละเอียดจนผู้ใช้ให้การยอมรับ
การบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ (Maintenance of Information Systems)
        การบำรุงรักษาระบบ (Systems  Maintenance) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรการพัฒนาระบบ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการสำรวจ (Monitoring) ประเมิน (Evaluation) และปรับเปลี่ยน (Modify) ระบบ เพื่อให้เป็นตามที่ต้องการหรือที่จำเป็น รวมไปถึงกระบวนการทบทวนผลหลังการนำระบบไปใช้งาน เพื่อเป็นการรับประกันได้ว่าระบบใหม่ที่ได้นำไปใช้นั้นตรงกับความต้องการใช้งานของธุรกิจที่ได้ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบ การแก้ไขข้อผิดพลาดจากขั้นตอนการพัฒนาระบบ
คอมพิวเตอร์ช่วยงานด้านวิศวกรรมระบบ
        คอมพิวเตอร์ช่วยงานด้านวิศวกรรมระบบหรือคอมพิวเตอร์ช่วยงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Computer-Aided Software Engineering) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จที่เรียกว่า เคสทูล (CASE Tools) เพื่อจัดการกับงานของวงจรการพัฒนาระบบ เช่น การวางแผนธุรกิจ การจัดการโครงการส่วน ติดต่อกับผู้ใช้ ต้นแบบ การออกแบบฐานข้อมูล และการพัฒนาซอฟต์แวร์
การพัฒนาระบบโดยผู้ใช้ (End User Development)
        คุณและผู้ใช้อื่นๆ สามารถสร้างแนวทางใหม่หรือปรับปรุงระบบงานเดิมโดยปราศจากความช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศได้ โดยใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จสำหรับผู้ใช้เพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ได้เอง เช่น การใช้โปรแกรมตารางทำการอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาแนวทางการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของยอดขายรายสัปดาห์
ที่มา : http://clubpol1.blogspot.com/2011/07/3.html

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3



1. นักศึกษาสามารถใช้แนวคิดเชิงระบบในการแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาทางด้านการตลาด ทางด้านการเงิน ทางด้านทรัพยากรมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย ?
ตอบ   ใช้ การแก้ปัญหาด้วยวิธีการเชิงระบบ เป็นหลักการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอนนั้นบางครั้งเราเรียกว่า การแก้ปัญหาเชิงระบบ(System Approach)ซึ่งเป็นกระบวนการในการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอนที่สามารถใช้เป็นหลักการ ได้กับปัญหาทุกปัญหา เราสามาถแยกเป็นขั้นตอนต่างๆได้ดังนี้
1. การแยกแยะและทำความเข้าใจปัญหา
ขั้นตอนแรกสุดของการแก้ปัญหาเชิงระบบ คือ การแยกแยะและทำความเข้าใจถึงปัญหา เราอาจนิยามความหมายของปัญหาได้ว่า ปัญหา คือ เงื่อนไขที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ การทำความเข้าใจถึงปัญหานั้นจะต้งคิดอย่างเชิงระบบ
2. พัฒนาวิธีการแก้ปัญหาเผื่อเลือก
เมื่อเข้าใจโจทย์ชัดเจนแล้ว สิ่งที่ผู้แก้ปัญหาต้องทำในขั้นต่อไปคือ การหาวิธีการแก้ปัญหา อาจจะทำได้หลายวิธี แต่ก่อนจะแก้ปัญหาต้องพิจารณาปัญหานั้นๆให้ดีเสียก่อน เช่นในการเปรียบเทียบของข้อได้เปรียบหรือข้อเสียเปรียบในทางเลือกต่างๆ
3. การประเมินทางเลือกหรือวิธีการ
เมื่อหาวิธีการในการแก้ปัญหาได้หลายวิธีมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การเลือกวิธีการที่ดีที่สุดจาก วิธีการที่เลือกมา เพราะวิธีการที่ดีสำหรับปัญหาหนึ่งอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีสำหรับอีกปัญหาหนึ่ง เพราะปัญหาต่างๆ จะอยู่ในสภาวะแวดล้อม เงื่อนไข ข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน เราจึงต้องทำการประเมินวิธีการที่เลือกมาเพื่อหาวิธีการที่ดีที่สุด วิธีการประเมินที่ดีที่สุดก็คือ การแยกแยะว่าวิธีต่างๆ นั้น แก้ปัญหาได้ตรงตามความต้องการเพียงใด ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆอันเดียวกัน
4. การเลือกวิธีที่ดีที่สุด
ในการเลือกวิธีนั้น เราอาจไม่เลือกวิธีการที่ดีที่สุดจากการเปรียบเทียบก็ได้ ทั้งนี้อาจจะมาจากเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นๆ เช่น เงื่อนไขทางกฎหมาย ทางการเมือง ทางการเงินที่ไม่สามารถคาดเดาได้ บางครั้งทุกวิธีการที่เลือกมาอาจ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้ต้องหาวิธีการอื่นๆ และทำการประเมินใหม่ก็ได้
5.นำวิธีการที่เลือกไปใช้ในการแก้ปัญหา
หลังจากได้วสิธีการแก้ปัญหามาแล้วผู้แก้ปัญหาก็จะนำวิธีการที่เลือกมานั้นไปออกแบบ เป็นกระบวนการปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหา ในขั้นตอนนี้ เราอาจต้องอาศัยความร่วมมือ จากคนอื่นๆในระบบหรือฝ่ายเทคนิคมาช่วย ในการออกแบบวิธี การตลอดจนการนำไป ใช้ได้จริง ขั้นตอนการออกแบบจะเป็นขั้นตอน ที่จะกำหนดรายละเอียดและความสามารถ ของบุคลากร ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และงานของระบบสารสนเทศที่ระบบใหม่ต้องหาร

2. ทำไมนักศึกษาจึงคิดว่า การจัดทำต้นแบบ (Prototyping) จึงกลายมาเป็นที่นิยมในการพัฒนาระบบใหม่ทางธุรกิจที่มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นพื้นฐาน ?
ตอบ    การจัดทำต้นแบบ (Prototyping) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจระบบได้ง่ายขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดระหว่างผู้ใช้และผู้พัฒนาระบบ  ผู้พัฒนาระบบสามารถสร้างรายละเอียดที่ถูกต้องได้  ผู้จัดการระบบสามารถประเมินแบบจำลองในการใช้งานได้  นักวิเคราะห์ระบบสามารถใช้ต้นแบบในการทดสอบระบบและการทำงานในแต่ละขั้นตอน  ต้นแบบสามารถลดความเสี่ยงในการทำระบบได้ มี วิธี
           1. System Prototyping คือการสร้างแบบจำลองการทำงานของระบบสารสนเทศที่มีรูปแบบครบตามการทำงานจริงและจะถูกนำไปพัฒนาต่อ

            2. Design Prototyping หรือ Throwaway Prototyping คือการสร้างแบบจำลองเพื่อตรวจสอบความต้องการของผู้ใช้ หลังจากผู้ใช้เห็นด้วยกับการออกแบบ ต้นแบบนั้นจะไม่มีการนำมาใช้อีก และการพัฒนาจะทำต่อจากการออกแบบ


3. ให้นักศึกษาอธิบายว่า ปัจจุบันมีการนำการจัดทำต้นแบบเข้ามาแทนที่ หรือมาเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศ ?
ตอบ    การนำการจัดทำต้นแบบเข้ามาแทนที่ หรือมาเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อใช้แก้ปัญหา หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงาน และให้การทำงานมีประสิทธิภาพตอบสนองต่อความต้องการ ของผู้ใช้งาน โดยอาจนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ ดำเนินงาน คือการประมวลผล เรียบเรียง รัดเก็บข้อมูล เปลี่ยนแปลง เพื่อให้โต้สารสนเทศที่ถูกต้องครบถ้วน

5. มีซอฟต์แวร์ประยุกต์อะไรบ้าง ที่ผู้ใช้สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต เว็บไซท์ ?
ตอบ    ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
          1. ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Softwareสำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ
          2. ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์
ซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานต่าง ตามที่ต้องการ สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต เว็บไซท์ เช่น การทำงานเอกสาร งานกราฟิก งานนำเสนอ หรือเป็น Software สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการเว็บ โปรแกรมงานด้านธนาคาร

วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สรุปการนำเสนอผลงานวิจัย ภาคบรรยาย (Oral Presentation)
วันที่ 26 ธันวาคม 2560 
ห้องที่4 กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี 
มีเนื้อหาดังนี้




1. การพัฒนาแอปพลิเคชันต้นแบบแนะนำสัตว์และแมลงมีพิษในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงออคเมนเต็ดเรียลลิตี้  (ศัชชญาส์  ดวงจันทร์)  
สรุปผลการวิจัย
     ช่วยในการให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และป้องกันแมลงมีพิษ และเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยมีความสอดคล้องกันกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 

2. การพัฒนากระบวนการคั่วกาแฟและเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก โดยใช้สเปาเตดเบด (สุชน  ทรัพย์สิงห์)
สรุปผลการวิจัย
     1. การคั่วกาแฟด้วยเทคนิคสเปาเตดเบดแบบมีท่อนำก๊าซสามารถคั่วกาแฟได้สม่ำเสมอทั้ง 4 ระดับการคั่ว(city ( ),city,Full city และ Italian) โดยใช้อุณหภูมิลมร้อนอยู่ในช่วง 230-250  ํC และใช้เวลาในการคั่วอยู่ในช่วง 9.50 - 10.25 นาที
     2. ระดับการคั่ว (Degree of roast) มีความสัมพันธ์กับคุณสมบัติทางกายภาพของกาแฟที่พิจารณาในการทดลอง ยกเว้นความชื้นของเมล็ดกาแฟ โดยค่าของกาแฟคั่ว a และ b มีค่าลดลงเมื่อระดับการคั่วเพิ่มขึ้น ค่าการสูญเสียมวลของกาแฟคั่วเพิ่มขึ้นตามระดับการคั่ว ส่วนค่าความหนาแน่นของเมล็ดกาแฟคั่วมีระดับลดลงตามระดับของการคั่ว
     3.ที่ระดับการคั่วตัวเดียวกันการคั่วที่ใช้อุณหภูมิที่สูงขึ้น มีแนวโน้มที่ความสูญเสียและเวลาที่ใช้ในการคั่วลดลง

3.การศึกษาการออกแบบผังกระบวนการผลิตแบบลีนโดยใช้แผนผังความสัมพันธ์ของกิจกรรมกรณีศึกษาบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ AA จังหวัดนครราชสีมา  (อนิรุธ  พิพัฒน์ประภา)
สรุปผลการวิจัย
ขั้นตอนการวิจัย 6 ขั้นตอน PHDA
  1.ศึกษาสถานที่ประกอบการ
  2.ค้นหาระบุปัญหา
  3.ระบุปัญหา
  4.แก้ปัญหา
  5.ผลการศึกษา
  6.สรุปผลการศึกษา
แผนผังแบบลีน
  - การขนย้ายชิ้นงานระหว่างแผนก 55.23 เมตร/วัน  
  - เวลาในการเคลื่อนย้ายการผลิต 4.55 นาที
สรุป
     ลดระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายได้เยอะ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน

4. ผลการเปรียบเทียบปริมาณการเกิดก๊าซชีวภาพระหว่างกรณีใช้และไม่ใช้นำ้ร้อนสำหรับระบบผลิตก๊าซชีวภาพแบบสองขั้นตอนจากมูลสุกร  (ประพันธ์พงษ์  สมศิลา)
สรุปผลการวิจัย
ชีวภาพก๊าซจากมูลสุกร  
   - ใช้นำ้ร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมี 2 ขั้นตอนในการหมัก
   - อุณหภูมิต่างๆในกรณีไม่ใช้นำ้ร้อน ในอัตรา 50:50
     1. กรณีในการใช้น้ำร้อนเข้ามาช่วยในกระบวนการหมักชีวภาพแบบ 2ขั้นตอนสามารถช่วยในการเกิดเเก๊สเร็วกว่าการหมักไม่ใช่น้ำร้อน 
     2. การเพิ่มอุณภูมิในถังหมักช่วยเร่งปฏิกิริยาในการย่อยและจะเห็นได้ว่ามูลก๊าชดีกว่า 3.ค่าความเป็นกด-ด่าง ในถังหมักก๊าช กรณีใช้น้ำร้อนจะเป็นด่าง 
     3. ปริมาณมนการใช้น้ำร้อนสูงกว่ากรณีไม่ใช่น้ำร้อน 27.09% 

5. การศึกษาประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้วัสดุพรุนเป็นแหล่งสะสมความร้อน  (ประพัฒน์  บุญเต็ม)
สรุปผลการวิจัย
     ผลการทดลงพบว่าค่า Ap จะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มขึ้นซึ่งจะเป็นไปตามหลักของกลศาสตร์ของโลกคือเมื่อความเร็วการไหลเพิ่มขึ้นก้อจะให้ระหว่างอวกาศส่งผลให้ Ap มีค่าสูงขึ้น 

6. การศึกษาการซึมผ่านและสัมประสิทธิ์ความเฉื่อยของวัสดุพรุนชนิดตาข่ายสแตนเลส (สำเนาว์  เสาวกูล)
สรุปผลการวิจัย
     ค่าการซึมผ่านคือค่าความสามารถของวัสดุพรุนที่ยอมให้ของไหลผ่านตัวมันเอง ค่าสัมประสิทธิ์การเฉื่อยคือค่าด้านการไหลของการไหลโดยทั่วไปใช่กรณีที่ของไหลผ่านวัสดุพรุน 

7. การศึกษาและการสร้างแสงอาทิตย์เทียมขนาดเล็กสำหรับการทดสอบแผงรับรังสีแสงอาทิตย์ตามมาตรฐาน EN-12975-2   (ธนากรยะ  สูงเนิน)   
สรุปผลการวิจัย
   - การกระจายตัวของเข้มความแสงจะเริ่มสมำ่เสมอเมื่อระยะห่างระหว่างหลอดไฟกับพื้นที่รับแสงเพิ่มขึ้น
   - ระยะห่างระหว่างหลอดไฟกับพื้นที่รับแสงเท่ากับ 77 cm จะมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน EN-12975-2 มากที่สุด คือ มีค่าความคลาดเคลื่อนเท่ากับ 10.81 % มีค่าเข้มแสงเฉลี่ยเท่ากับ 703.72 W/m

8. การประยุกต์ใช้เว็บยูสเซสไมนิ่งเทคนิคเพื่อการศึกษาปัญหาการใช้งานอินเตอร์เน็ตกรณีศึกษามหาวิทยาลัยวงศ์ชวลิตกุล   (ชลธี  ศิลา)
สรุปผลการวิจัย
   - ใช้เวลาในการจัดการข้อมูลน้อยกว่าชุดที่ 1
   - ค้นหากฎความสัมพันธ์ได้น้อยกว่าข้อมูลชุดที่ 1 

9. บทบาทและศักยภาพด้านการคมนาคมของจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย - ลาวในพื้นที่จังหวัดน่าน  (ธเนศ  เฮ่ประโคน)
สรุปผลการวิจัย
วิธีการดำเนินวิจัย 
     1.ในระยะเวลา1สัปดาห์ ระหว่างวันที่1-7 ตุลาคม2560 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเช่นผู้นำชุมชนหรือผู้ให้บริการ 15คน 
     2.สุ่มตัวอย่างเเบบเจาะจงและเเบ่งชั้นภูมิอย่างง่ายประเภทของสินค้าเริ่มต้นที่จะขายของ
     3.วิจัยเพื่อศักยภาพเส้นทางของคมนาคมที่เกี่ยวเนื่องกับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดน 
     4.การดำเนอนงานโดยเก็บข้อมูลทางกายภาพของถนนที่เกี่ยวเนื่องจำเเนกประเภทถนน 
สรุป
     ดังนั้นหากต้องส่งศักยภาพของจุดปรนในด้านการค้าจึงควรจำเป็นอย่างยิ่งที่ปรับปรุงสภาพผิวทางสนันสนุนการค้าชายเเดนในระดับท้องถิ่นที่ปรากฏที่จุดปรนในการค้าในบ้านใหม่ชายแดด อำเภอสองเเถว จ.น่าน 

10. การออกแบบระบบความควบคุมปั๊มสุญญากาศสำหรับใช้ในการรักษา  (ฐานุตต์  จิตสุภาบุญกิจ)
สรุปผลการวิจัย
     เป็นการปฐมพยาบาลแบบใช้ระบบความควบคุมปั๊มสุญญกาศสำหรับใช้ในการรักษา เพื่อให้บาลแผลมีการประสานเซลล์ให้แผลหายเร็วขึ้น




การประชุมวิชาการระดับชาติ "ราชมงคลสุรินทร์วิชาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017"


วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สรุปบทที่1 แบบฝึกหัดและกรณีศึกษา

สรุป

ข้อมูล สารสนเทศ และระบบสารสนเทศ
ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ อาจอยู่ในรูปของตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ หรือเสียงก็ได้
สารสนเทศ หมายถึง สิ่งที่ได้จากการประมวลผลข้อมูล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และการคาดการณ์ในอนาคตได้ สารสนเทศอาจแสดงในรูปของข้อความ ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ
ความรู้ คือ การรับรู้และความเข้าใจสารสนเทศจนถึงระดับที่สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ได้ คือมีความเข้าใจ(Understanding) ในองค์ประกอบต่างๆจนอาจสร้างเป็นทฤษฎี หรือเป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานได้




ระบบ (System) หมายถึง กลุ่มของส่วนประกอบหรือระบบย่อยต่างๆที่มีการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งส่วนประกอบของระบบประกอบด้วยการนำเข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Process) ผลลัพธ์ (Output) และการให้ข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback)
ระบบสารสนเทศ (Information System) เป็นการนำองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบมาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการและสนับสนุนการตัดสินใจ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ



กระบวนการทำงานของระบบสารสนเทศจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่
1. การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เป็นกิจกรรมการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อการประมวลผล
2. การประมวลผล เป็นการนำทรัพยากรที่ได้นำเข้าสู่ระบบมาปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่มีความหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ วางแผน ควบคุม และดำเนินงานด้านต่าง ๆ ในการประมวลผลสามารถกระทำด้วยมือ (Manual) หรือจะใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย
3. ผลลัพธ์ เป็นผลผลิตที่ได้จากการประมวลผล โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปของเอกสารหรือรายงานสารสนเทศ

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System : MIS) หมายถึง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษา และประมวลผลข้อมูลนั้น พร้อมทั้งมีการจัดทำรายงานข้อมูลให้อยู่ในรูปที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติงานบริหาร และตัดสินใจในหน่วยงานได้
MIS เป็นระบบที่รวมความสามารถของผู้ใช้งานและคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศเพื่อการดำเนินงานการจัดการ และการตัดสินใจในองค์การ
สาเหตุที่ทำให้เกิดสารสนเทศ
1. พัฒนาการของความรู้ สิ่งประดิษฐ์ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
2. พัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
3. การพัฒนาด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร
4. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์
5. ความจำเป็นในการใช้สารสนเทศ
ลักษณะของสารสนเทศ
1. ถูกต้องแม่นยำ (Accurate)
2. สมบูรณ์ครบถ้วน (Complete)
3. เข้าใจง่าย (Simple)                    
4. ทันต่อเวลา (Timely)                   
5. เชื่อถือได้ (Reliable)            
6. คุ้มราคา (Economical)
7. ตรวจสอบได้ (Verifiable)
8. ยืดหยุ่น (Flexible)
9. สอดคล้องกับความต้องการ (Relevant)
10. สะดวกในการเข้าถึง (Accessible)
11. ปลอดภัย (Secure)
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์
ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 6 ส่วนดังนี้
        - ข้อมูล
        - บุคคล
        - ซอฟแวร์
        - ฮาร์ดแวร์
        - กระบวนการทำงาน
        - การสื่อสารและเครือข่าย
ความสำคัญของระบบสารสนเทศ
การนำเสนอระบบสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานธุรกิจพอสังเขป ดังนี้
- การท้าทายของเศรษฐกิจโลก
- การท้าทายของเศรษฐกิจโลก
- การแข่งขันทางการค้า
- การขยายเครือข่ายทางการค้า
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ
1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2. ช่วยสร้างทางเลือกในการแข่งขัน
3. ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ
4. ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต



แบบฝึกหัดท้ายบท
1.นิยามความหมายและยกตัวอย่างของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ตอบ  ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ( MIS) หมายถึง ระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกองค์การอย่างมีหลักเกณฑ์ เพื่อนำมาประมวลผลและจัดรูปแบบให้ได้สารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน และการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ของผู้บริหาร เช่น เช่น การบันทึกข้อมูล การจัดทำทะเบียนประวัติ เป็นต้น
เขียนโดย นภารัตน์ พันธ์ถาวรวัฒนา

2.ข้อมูลและสารสนเทศมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ   แตกต่างกัน เพราะ ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ อาจอยู่ในรูปของตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ หรือเสียงก็ได้ เช่น จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และที่อยู่ปัจจุบันของนักศึกษา เป็นต้น
          สารสนเทศ หมายถึง สิ่งที่ได้จากการประมวลผลข้อมูล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และการคาดการณ์ในอนาคตได้ สารสนเทศอาจแสดงในรูปของข้อความ ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ
เขียนโดยอาจารย์ทาริกา   รัตนโสภา

3.สารสนเทศที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ   1.) ถูกต้อง
   2.) ทันเวลา
   3.) สอดคล้องกับงาน
   4.) สามารถตรวจสอบได้

4.ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมีประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจอย่างไร
ตอบ   1.) เข้าถึงสารสนเทศ
   2.) การกำหนดเป้าหมายกลยุทธ์และการวางแผนปฏิบัติ
   3.) ตรวจสอบผลการดำเนินงาน
   4.) ศึกษา และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
   5.) การวิเคราะห์ปัญหาหรืออุปสรรค
   6.) ลดค่าใช้จ่าย

5.ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง
ตอบ   1.) ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล
   2.) ความปลอดภัยของข้อมูล
   3.) ความยืดหยุ่น
   4.) ความพอใจของผู้ใช้

6.ผู้บริหารสมควรมีบทบาทต่อการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การอย่างไร
ตอบ   1.) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างประสิทธิภาพ และความพร้อมในการแข่งขันให้กับองค์การ
   2.) เข้าใจความต้องการของระบบและองค์การในสภาพแวดล้อมยุคโลกาภิวัตณ์
   3.) ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพในการดำเนินงานทั่วทั้งองค์การ
   4.) มีส่วนร่วมในการออกแบบและการพัฒนาโครงสร้างระบบสารสนเทศรวมขององค์การ
   5.) บริหารและตัดสินใจในการสรรหาและคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อสารโทรคมนาคม
   6.) การจัดและควบคุมผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง
   7.) ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทำงาน แก่ผู้ใช้อื่น
   8.) เข้าใจประเด็นสำคัญด้านจริยธรรมที่ เกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

7.เพราะเหตุใดผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ ?
ตอบ   เพราะ การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถทำให้เกิดการกระจายอำนาจในองค์การ การบุกรุกสิทธิส่วนบุคคลหรือคู่แข่งขัน เป็นต้น ดั้งนั้นผู้ที่เกี่ยวก็ จะต้องตระหนักถึงบุคคลรอบข้างด้วยว่ามีผลกระทบต่อใคร
เขียนโดย Panida

  
กรณีศึกษา: การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานร้านไอศกรีม Iberry




1.ประโยชน์ที่ร้านไอศกรีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้วนักศึกษาคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง
ตอบ   ด้านการสั่งซื้อวัตถุดิบที่ขาดแคลน และการบริการการส่งไอศครีม Iberry
   - ด้านการสั่งซ้อวัตถุดิบที่ขาดแคลน เนื่องจากร้านมีสาขาเยอะแล้วในการจำหน่วยไอศครีม อาจจะมีบางช่วงที่ลูกค้าหนาแน่น จึ่งทำให้วัตถุดิบภายในร้านหมดลงในการนี้ที่ร้านใช้ระบบ It จึงมีความจำเป็นในด้านการสั่งซื้อของโดยตรงจากสำนักงานใหญ่ หรือสาขาที่มีความรับผิดชอบในเรื่องการจัดส่งวัตถุดิบเข้าร้านไอศครีม Iberry
   - การบริการด้านการส่งไอศครีม Iberry ทางร้านอาจจะใช้การสั่งซื้อผ่านระบบเครือข่าย Internet หรือระบบ Network แล้วในการส่งก็ต้องใช้ความชำนาญทางร้านไอศครีมก็อาจจะใช้ระบบ GPRS เข้ามาช่วยในระบบการส่งไอศครีมให้กับผู้ที่สั่งซื้อเป็นต้น

2.นักศึกษาคิดว่าในอนาคตร้านไอศกรีม Iberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง
ตอบ   - ในด้านการขาย ทางร้านอาจจะนำระบบอินเทอร์เน็ตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านเพจของทางร้านหรือผ่านทางไลน์เจ้าของร้านโดยตรง
   - ด้านการชำระเงิน อาจจะชำระเงินผ่านทางบัตรเตรดิต หรือผ่านบัตรส่วนลดของทางร้าน เป็นต้น

3.จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศกรีม Iberry นักศึกษาคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ   นำมาประยุกต์ใช้กับร้านเค้กไอศกรีม
   1.ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ตู้ไอศกรีม หากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เครื่องควบคุมระบบจะโทรศัพท์อัตโนมัติแจ้งให้ศูนย์ควบคุมได้ทราบ คือการนำมาใช้กับการควบคุมอุณหภูมิของตู้แช่เค้กไอศกรีม

   2.การควบคุมดูแลพนักงานร้านในแต่ละสาขาใช้วิธีการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ด้วยระบบ Network Camera สามารถบันทึกภาพและเหตุการณ์ภายในร้านได้ตลอดเวลา และสามารถดูภาพผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือเราจะได้รู้ความเป็นไปภายในร้าน และสามารถป้องกันอันตรายได้อีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

นางสาวณัฐนิชา  ภาสดา 
 สาขาการจัดการทั่วไป ชั้นปีที่ 3  (กลุ่มเรียนอังคารเช้า)